เรื่องย่อ May Queen ตอนที่ 4

คืนนั้นคีชอลแอบย่องไปลักพาตัวหนูน้อยยูจินในขณะที่กึมฮีออกไปสวดมนต์ให้สามีผู้ล่วงลับที่วัด  แต่เขาฆ่าเด็กน้อยไม่ลง จึงนำไปฝากให้ "ฮงชอล" ซึ่งเป็นเพื่อให้นที่เคยฝึกทหารมาด้วยกันช่วยเลี้ยงดู ฮงชอลพยายามถามว่าหนูน้อยคนนี้เป็นใคร แต่คีชอลขอร้องว่าอย่าถาม ซ้ำยังย้ำให้ฮงชอลช่วยเลี้ยงดูเด็กน้อยเหมือนเป็นลูกของตนเอง ฮงชอลปฏิเสธเพราะไม่อยากมีปัญหากับเมีย คีชอลจึงมอบเงินก้อนโตให้ฮงชอลเพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดู หลังจากนั้น คีชอลก็กลับมาบอกกึมฮีว่าหนูน้อยยูจินถูกคลื่นซัดจมหายไปในสมุทร กึมฮีรู้สึกสิ้นหวังจึงวิ่งลงสมุทรหวังฆ่าตัวตาย แต่โดฮยอนเผ่านาขวางเอาไว้ได้ทัน 

ขณะที่กึมฮีกำลังนั่งเศร้าหน้าหลุมศพสามี โดฮยอนก็หอบบุตรสาวและลูกชายตัวน้อยมาหาคุณที่สุสาน แล้วขอโทษที่ไม่สามารถพาฮักซูกลับมาหาคุณได้  เขายังบอกคุณด้วยว่าฮักซูเป็นเพื่อให้นรุ่นน้องที่เขารักเหมือนน้องชายแท้ๆ ฮักซูกรีดร้องว่าคุณไม่อยากฟังและขออยู่ตามลำพัง จากนั้นก็ลุกขึ้น เมื่อมองว่าโดฮยอนพาลูกน้อยมาด้วย กึมฮีก็ถามโดฮยอนว่าเขาพาเด็กๆ มาทำไม โดฮยอนตอบว่าลูกๆ ของตนต้องการแม่ และขอให้กึมฮี (ซึ่งยังสวมชุดไว้ทุกข์และอยู่ในอาการโศกเศร้า) ช่วยดูแลเด็กทั้งสองเคียงคู่ตน

กึมฮีแทบไม่เชื่อหูตนเอง คุณถามโดฮยอนว่าไม่รู้สึกผิดต่อเมียผู้ล่วงลับเลยหรือ โดฮยอนตอบว่าเขาเองก็รู้สึกเสียใจ แต่ความทรงจำในอดีตระหว่างเขากับกึมฮีทำให้รู้สึกเจ็บปวดใจมากกว่า กึมฮีได้ยินดังนั้นก็รีบเดินหนี แต่พอโดฮยอนพูดว่าลูกๆ ของตนไม่เคยมีแม่และพูดคำว่าแม่ไม่เป็นด้วยซ้ำ กึมฮีก็หยุดชะงัก โดฮยอนจึงขอร้องกึมฮีให้มาเป็นแม่ของลูกตน กึมฮีส่ายหน้าพลางร่ำไห้แล้วเดินหนีไปอีกที แต่พอใช้ได้ยินเสียงเด็กหญิงร้องไห้จ้ากึมฮีก็หยุดเดินแล้วหันหลังกลับมองหนูน้อยในอ้อมกอดของโดฮยอน

ในที่สุด ฮงชอลก็นำเด็กหญิงมาที่บ้านโดยโกหกเมียว่าเป็นลูกของตน… 11 ปีต่อมา ฮงชอลประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนักถึงขั้นต้องพาครอบครัวระเห็จออกจากบ้านกลางดึก เขาว่าจ้างรถขนของแล้วหอบลูกเมีย รวมทั้งแฮจู (ซึ่งก็คือ "ยูจิน" บุตรสาวฮักซูและกึมฮี) มุ่งหน้าไปวิงวอนจากคีชอลที่เมืองอุลซาน โดยหวังว่าจะลงหลักปักฐานและเริ่มชีวิตใหม่ตรงนั้น คีชอลแทบช็อคเมื่อเห็นฮงชอลพาบุตรสาวของฮักซูมาหาตนถึงที่ เขาจึงลากตัวฮงชอลออกมาคุยกันตามลำพัง แฮจูเห็นพ่อกำลังคุยธุระกับเพื่อให้นเก่า จึงพา "ยองจู" (บุตรสาวคนเล็กของฮงชอล) ไปจับกบเล่นเป็นการฆ่าเวลา

เรื่องย่อ กระซิบรักจิตสัมผัส (I Can Hear Your Voice) ตอนที่ 4

ผู้พิพากษาคิมถามดักว่าคุณอยากเรียกคะแนนสงสารหรือ เฮซองบอกว่าคุณแค่ต้องการแสดงความจริงใจถึงแม้จะเป็นเรื่องที่น่าอายก็ตาม จากนั้นก็ยอมรับว่า คุณมาที่นี่เพราะเงิน คุณไม่มีความชำนาญมากพอที่จะทำงานในบริษัทกฏหมาย คุณไม่มีเงินจ้างโบรกเกอร์ คุณเคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนมัธยม เลยต้องเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเกรดบี  คุณไม่มีเส้นสายหรือพรรคพวกในสายงานนี้ และคุณก็ไม่เคยหาเงินได้ถึง 1 ล้านวอน (ราว 3.1 หมื่นบาท) ต่อเดือน คุณรู้มาว่าหากได้เป็นทนายความของรัฐอาจได้เงินเดือนเหยียบแสนเลยมาสมัครงานที่นี่ ผู้พิพากษาคิมแย้งว่าคุณเลือกใช้วิธีผิด แนวดราม่าอย่างนี้ใช้ได้ผลแค่ในละครเพียงแค่นั้นเขามองใบสมัครของคุณแล้วตัดบทว่าจะแจ้งผลให้ทราบภายหลังทางอีเมล์

ขณะที่เฮซองกำลังจะเดินออกจากห้อง ผู้พิพากษาคิมเกิดสงสัยว่าทำไมเฮซองถึงโดนไล่ออกจากโรงเรียนมัธยม เฮซองถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ว่าถ้าคุณบอกแล้วเขาจะให้คุณสอบสัมภาษณ์ผ่านไหม ผู้พิพากษาคิมตอบว่าถ้าเรื่องของคุณน่าสนใจเขาอาจจะให้ผ่าน เฮซองจึงนั่งลงแล้วเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง โดยบอกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน คุณมีเพื่อให้นคนหนึ่งซึ่งเป็นบุตรสาวของนายจ้างแม่คุณ (แม่คุณทำงานเป็นแม่บ้าน) เพื่อให้นคุณคนนี้ (ซอ โดยอน) ทั้งสวย ทั้งฉลาด แล้วหลังจากนั้นก็แสบสุดๆ  หลังโกงข้อสอบจนทำคะแนนเป็นชั้น 1 (ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มักสอบได้ที่ 10)  แม่ของโดยอนก็จัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นที่บ้าน (เฮซองกับแม่มีหน้าที่ทำอาหาร)

เฮซองนำอาหารไปเสิร์ฟให้เพื่อให้นๆ ที่กำลังจุดพลุกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นเฮซองเพื่อให้นคนหนึ่งก็ชวนให้มาเล่นพลุด้วยกัน เฮซองยังไม่ทันจุดพลุ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเพื่อให้นคนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วยิงพลุใส่ตาโดยอนโดยไม่ตั้งมั่น หลังเกิดเหตุเพื่อให้นคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นก็รีบโยนพลุในมือทิ้ง คงมีเพียงเฮซองที่ยืนตะลึงโดยถือพลุอยู่ในมือ ทั้งแม่โดยอนและแม่ของเฮซองต่างวิ่งออกมาดูหลังได้ยินเสียงโดยอนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พอหายตกอกตกใจแล้วเฮซองก็รีบโยนพลุทิ้ง

เฮซองยอมรับกับผู้พิพากษาคิมว่า ในตอนนั้นคุณรู้สึกกลัวมากและอดเป็นห่วงโดยอนไม่ได้ แต่ลึกๆ ในใจก็แอบสมน้ำหน้าเพราะคุณเกลียดโดยอน

หมอบอกให้พ่อและแม่ของโดยอนทำใจเพราะตาข้างซ้ายของคุณอาจจะบอด เนื่องจากว่ากระจกตาได้รับความเสียหายมาก เฮซองเห็นแม่ทำซุปและอาหารเพื่อให้นำไปให้โดยอนที่โรงพยาบาลเลยรู้สึกไม่พอใจ  แม่ของคุณจึงบอกว่าโดยอนไม่ใช่คนอื่นคนไกล คุณกับแม่อาศัยอยู่ที่บ้านโดยอนมานานนับ 10 ปีจนเป็นหมือนครอบครัวเดียวกัน  เมื่อถูกแม่บังคับให้ไปเยี่ยมโดยอนที่โรงพยาบาลด้วยกัน เฮซองก็ปฏิเสธโดยบอกว่าคุณเกลียดโดยอน แต่สุดท้ายก็ต้องตามแม่ไปอยู่ดี

เรื่องย่อ Emergency Couple ปักเข็มรัก สลักใจเธอ ตอนที่ 2

แต่หลังแต่งงานได้ไม่นานทั้งคู่ก็มีปัญหาสมุทราะเบาะแว้ง ต่างข้างต่างเครียดจนมีผลต่อสุขภาพ ทำให้ทั้งคู่ต้องไปหาหมอ (คนเดียวกัน แต่ต่างคนต่างไป) ชางมินรินน้ำครึ่งแก้วแล้วถามหมอว่า  "มีน้ำแค่ครึ่งแก้วใช่ไหมครับ" หลังจากนั้นเขาก็บ่นให้หมอฟังเป็นชุด เรื่องที่ตนเองหิวน้ำจนคอแห้งแต่จินฮีกลับรินน้ำให้แค่ครึ่งแก้ว พอเขาบ่นว่าจินฮีรินน้ำให้นิดเดียว จินฮีก็เถียงว่า "มีน้ำตั้งครึ่งแก้ว" ทำให้เขาไม่พอใจมาก

ส่วนจินฮี (ซึ่งมีความเจ็บป่วยทางอารมณ์และจิตใจอย่างชัดเจน) เล่าให้หมอฟังว่า คุณไม่มีแรงแม้แต่จะเถียงชางมิน คุณความรู้สึกว่าตัวเองเซื่องซึมและเฉื่อยชาลงทุกวัน เหมือนคนขึ้แพ้ที่อยู่ไปวันๆ โดยไม่มีจุดหมายในชีวิต คุณพยายามอย่างหนักที่จะมองโลกในแง่ดีแต่ก็ยังไม่สามารถคิดบวกได้ มิหนำซ้ำผมร่วงยังเป็นหย่อมๆ จนต้องใส่หมวกปิดบังเอาไว้

ชางมินเองก็บอกหมอเช่นกันว่า ตนพยายามมองโลกในแง่ดีแล้วแต่ก็ยังคิดบวกไม่ได้ เขาบ่นกับหมอว่าจินฮีเป็นคนขี้เกียจ ซื่อบื้อ แถมยังซุ่มซ่าม และไม่ยอมหางานทำ เขาเริ่มของขึ้นเมื่อเล่าให้หมอฟังเรื่องที่จินฮีชอบนำชามข้าวหมามาวางบนโต๊ะอาหารทุกเช้า ครั้นพอตนบ่นนิดๆ หน่อยๆ จินฮีก็นำหมาไปมอบให้คนอื่นฟรีๆ จากนั้นก็มานั่งกอดชามข้าวหมาร้องไห้ฟูมฟาย เขาความรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ที่ตนเองต้องมีชีวิตที่เหนื่อยยากตราบจนวันตาย เพียงเพราะความงี่เง่าและไร้วินัยของคนๆ หนึ่ง 

จินฮีบอกหมอว่า คุณกลัวชางมิน (ซึ่งเป็นอดีตนักศึกษาแพทย์) แอบใส่ยาขยายหลอดเลือดลงไปในอาหาร เมื่อหมอถามว่าทำไมสามีคุณถึงเลิกเรียนแพทย์ จินฮีก็เล่าว่าครอบครัวชางมินหยุดส่งเสียเพราะไม่พอใจที่เขาแต่งงานกับคนอย่างคุณ  (ทุกคนในครอบครัวชางมินล้วนเป็นหมอ) ทุกวันนี้ ที่บ้านชางมินก็ยังไม่ยอมรับคุณเป็นลูกสะใภ้ และคนที่ต่อต้านคุณมากที่สุดก็คือแม่ชางมิน (พอเอ่ยถึงแม่ชางมิน จินฮีก็ถึง

เรื่องย่อ จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ (The Book of Three Han: The Chapter of Jumong) ตอนที่ 4

"ยังจอง" ผู้ว่าคนใหม่ของมณฑลฮยอนโทเดินทางมาพูยอเพื่อให้ส่งพระราชสาสน์ของฮ่องเต้และเตือนพระเจ้ากึมวาไม่ให้คิดกระด้างกระเดื่องต่อราชวงศ์ฮั่น (เขาได้ข่าวว่าพูยอทำสงครามขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ และมีการลักลอบผลิตอาวุธ) พระเจ้ากึมวาจึงสั่งให้ทำลายโรงหลอมและถอนทัพ จูมงออกไปฝึกวิชาต่อสู้นอกวังจึงไม่รู้ว่าโรงหลอมเหล็กถูกสั่งปิดทำให้ตกหลุมพลางขององค์ชายยองโพ ขณะที่จูมงกำลังหลอมกระบี่ เตาหลอมเหล็กได้เกิดระเบิด (เพราะองค์ชายยองโพนำวัตถุบางสิ่งบางอย่างไปใส่ไว้ในเตา) เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายให้พูยออย่างใหญ่หลวง เพราะนี่คือหลักฐานที่บ่งบอกว่าพูยอแอบผลิตอาวุธลับหลังราชวงศ์ฮั่น ยังจองจึงประกาศตัดความเกี่ยวข้องกับพูยอทันที จูมงซึ่งแปลงเป็นแพะรับบาปจึงถูกถอดจากอิสริยยศ ทั้งยังโดนขับออกจากวัง และนั่นก็เป็นจุดเริ่มของชีวิตที่พลิกผันสำหรับชายที่ชื่อ "จูมง"
เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามชมได้ใน  "จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ (The Book of Three Han: The Chapter of Jumong)" ทางช่อง 3 แฟมิลี่
แผนที่ 4 เขตปกครองของราชวงศ์ฮั่น (บนแดนโกโชซอนเดิม) – สีส้มคือมณฑลฮยอนโท
* เนื้อหาโดย luvasianseries
ดาราหนังนำ
ซอง อิลกุก
รับบท จูมง

"จูมง" (หรือ "พระเจ้าดงเมียงยอง") คือ วีรบุรุษผู้ก่อตั้ง "อาณาจักรโกคูรยอ" หลังกอบกู้แดนโกโชซอนอันยิ่งใหญ่กลับคืนมาได้ เขาเป็นบุตรชายของแม่ทัพแฮ โมซู และยูฮวา แต่ถูกเลี้ยงดูโดยพระเจ้ากึมวาแห่งดงพูยอซึ่งเป็นทั้งพ่อบุญธรรมและศัตรูที่หักหลังพ่อแท้ๆ ของเขา เขาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ตาบอดแต่กลับไม่รู้ว่าอาจารย์ผู้นั้นคือ "แฮ โมซู" พ่อแท้ๆ ของตน แถมพ่อของเขายังถูกพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกันฆ่าตาย เขามอบหัวใจให้ผู้หญิงคนหนึ่งแต่กลับได้ลงเอยกับผู้หญิงอีกคน

ฮัน ฮเยจิน
รับบท โซซอโน 

คุณเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมองการณ์ไกลแต่ไม่อาจใช้ชีวิตได้ดังใจฝัน คุณไม่หวั่นต่อความตายเพราะคุณเกิดและเติบโตในแดนที่อ่อนแอ แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นในใจกลับทำให้คุณเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตาย แม้คุณไม่อาจครองคู่กับผู้ชายที่คุณรักตราบจนชั่วชีวิต แต่คุณก็สามารถยืนหยัดจนเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีอำนาจและชาญฉลาดที่สุด ทั้งยังเป็นพระมเหสีองค์แรกที่ประวัติศาสตร์จดจำอีกด้วย

คิมซึงซู
รับบท องค์ชายแทโซ

เมื่อครั้งยังเป็นเด็กองค์ชายแทโซอิจฉาจูมงได้รับความรักจากพระบิดา ครั้นพอเติบใหญ่เขายังต้องเจ็บปวดใจที่ไม่อาจครองคู่กับหญิงที่ตนรัก เพราะหญิงผู้นั้นรักจูมง เขาไม่เพียงฆ่าพ่อของจูมง แต่ยังทำทุกวิถึทางเพื่อให้ที่จะกำจัดจูมง และแย่ง "โซ ซอโน" มาเป็นผู้หญิงของตน
ชอน กวางรยอล
รับบท พระเจ้ากึมวา

เขาคือบุรุษชายหนุ่มที่ยืนหยัดต่อสู้กับราชวงศ์ฮั่นเคียงคู่แฮ โมซู แต่สุดท้ายกลับยอมจำนนต่อราชวงศ์ฮั่นและหักหลังเพื่อให้นรักอย่างแฮ โมซู เขารับเมียของแฮ โมซู (ซึ่งเทความรักให้แฮ โมซูจนหมดใจ) มาเป็นเมียของตน ทั้งยังรับ "จูมง" ลูกชายของแฮ โมซูมาเลี้ยงเป็นลูกของตนโดยมอบทั้งความรักและความเกลียดชัง ซ้ำยังต้องแบกรับความรู้สึกผิดที่ติดค้างในใจตลอดเวลา
โอ ยอนซู 
รับบท  ยูฮวา

คุณคือบุตรสาวของหัวหน้าเผ่าฮาเบค ผู้มีรูปโฉมงดงามจนใครๆ เห็นแล้วต่างพากันตกหลุมรัก คุณช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและให้ที่ซ่อนแฮ โมซู จนทำให้ทุกคนในเผ่า (รวมทั้งพ่อของคุณ) ถูกทหารฮั่นฆ่าตาย ขณะกำลังตั้งครรภ์คุณได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าแฮ โมซูเสียชีวิต หลังให้กำเนิดจูมงแล้วถูกตามฆ่า คุณจึงรับข้อเสนอขององค์ชายกึมวา ด้วยการพาลูกเข้าวังและยอมเป็นชายารองของเขา หวังให้ลูกช่วยสานต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ของแฮ โมซูในภายภาคหน้า

ดูดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 26 สิงหาคม – 1 กันยายน 2556 ภาคต่อ9

Q คุณ Fo ดแวดวงงานเป็นอย่างไร จะมีดวงเปลี่ยนงานอีกไหมคะ

 

         Nine of Wands มีเกณฑ์ที่จะไม่พอใจกับงานในปัจจุบัน แต่โอกาสจะโยกย้ายครั้งใหม่ยังยากอยู่ อาจจะไปสู่จุดไม่แฮปปี้กับการทำงานอีกรอบ แต่บางเรื่องจะขึ้นอยู่กับทัศนคติของเจ้าชะตาด้วย

 

 Q คุณ Rat ธุรกิจปีนี้และปีหน้าจะเป็นอย่างไรครับตอนนี้กำลังอยู่ช่วงเริ่ม

 

         Two of Cups คุณได้ไพ่ที่ดีมากค่ะ แสดงถึงงานที่คุณรักและแฮปปี้ มีความหวังกับมัน มีหุ้นส่วนทีมงานหรือSystemที่พอดีในระดับหนึ่ง เป็นจุดเริ่มที่ดี และคุณจะเป็นสุขกับสิ่งที่คาดหวัง ก็แค่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะดีตลอดไป 100% นะคะ (ธรรมดาของการงาน)

 

 Q คุณ Wi ผลสอบที่สอบไว้จะประกาศผลวันที่ 24 กันยายน นี้ มีสิทธิ์ติดไหม

 

          Nine of Pentacles เป็นไพ่ที่บอกว่า "อาจจะ" หรือ "แทบจะ" แสดงว่า อยู่ในเกณฑ์ลุ้นแบบน่าสนใจมาก เช่น คุณอาจจะสอบผ่าน แต่มีบางเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สมหวังในตำแหน่งทันที หรือคุณสอบไม่ผ่าน แต่ก็จะมีโอกาสเผ่านาอีกรอบ เป็นภาวะที่คุณต้องหนักแน่นในสิ่งที่ตนเองตั้งอกตั้งใจ

 

 Q คุณ Prem ภาระทางการเงินและครอบครัว จะดีขึ้นไหมคะ

 

         Page of Pentacles จะค่อย ๆ กระเตื้องขึ้นค่ะ ปัญหาของคุณในระยะยาวไม่น่าห่วง จะมีจุดที่ดีเกิดขึ้นในวันหนึ่งข้างหน้า ระยะนี้อาจเหนื่อยหน่อย แต่เดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไป

 

 Q คุณ Aoy ถามเรื่องความรักกับแฟนเก่าราศีพิจิกคะ ว่าจะมีโอกาสกลับมาคบกันอีกไหม

 

          The Fool ทั้งสองข้างมีโอกาสจะพบคนใหม่มากกว่า ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงและเริ่มใหม่ค่ะ

 

  ราศีมีน Pisces (14 เดือนมีนาคม – 12 เม.ย.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ten of Pentacles ข่าวดีเกี่ยวกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เงินก้อน การลงทุน ความสุขของบุคคลที่อยู่ร่วมกัน การใช้จ่ายภายในครอบครัว หรือการลงทุนร่วมกับพี่น้องพี่น้อง โดยภาพรวมจะส่งผลดี

 

          ความรัก ความเกี่ยวพัน  Strength เป็นไพ่ของคนไม่มีคู่ครองมากกว่าคนมีคู่ แต่หากมีคู่อาจซึ่งก็คือการพยายามบังคับตัวเองในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รวมทั้งการปะทะกันอยู่เงียบ ๆ มีความขัดแย้งในความเกี่ยวข้อง หรือภายในจิตใจคุณเอง

ดูดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 19-25 สิงหาคม 2556 ภาคต่อ3

ธุรกิจ การงาน King of Pentacles ได้ร่วมงานกับคนที่เก่งการจัดสรรเงิน หรืออาจเป็นคุณเองที่ต้องทำหน้าที่นั้น ได้งานที่นำมาซึ่งผลประโยชน์ก้อนใหญ่ งานเดินเงินดี แถมยังมีโอกาสงาม ๆ เรื่องทุนส่งเสริมในอนาคตด้วย

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Wands ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา  ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เผ่านาแทรก เรื่องจุกจิกไร้สาระยังมากวนใจด้วย

 

          คำแนะนำพิเศษ Judgement การแก้ไขความผิดพลาดในอดีต ได้รับคำประกาศหรือตัดสินอะไรอะไรบางอย่างที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณ มีโอกาสในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดียิ่งกว่าที่ผ่านมา แล้วจะทิ้งโอกาสไปหรือ?

 

   ราศีกรกฎ Cancer (15 เดือนกรกฎาคม – 16 ส.ค.) 

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Two of Swords อุปสรรคซึ่งเกิดจากคนใกล้ตัว อาจตกอยู่ในสภาพการณ์ที่มีการสื่อสารผิดพลาด การปกป้องตัวเองยิ่งนำไปสู่วามรู้ความเข้าใจผิด เจอปัญหาอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ชำรุดบกพร่อง คอมพ์เจ๊ง มือถือมีปัญหา

 

          ความรัก ความข้องเกี่ยว  Three of Cups มีคนพิเศษสำหรับคุณ หรือมีบุคคลที่สามเผ่านาในความเกี่ยวพัน แต่บางครั้งก็คือการเปิดตัวคนรักให้เพื่อให้นฝูงรู้จัก มีความยินดีกับชีวิตประจำวันที่มีใครสักคนอยู่ไม่ไกล

 

          สภาวะการเงิน Queen of Cups เคยบอกไว้แล้วว่า นี่คือไพ่ของความอุดมบริบูรณ์ ไม่มีอะไรขาดแคลน แต่คนที่ได้ไพ่ใบนี้ชอบมีความรู้สึกอ่อนไหว มีสิ่งที่ไม่อาจซื้อได้ด้วยเงิน แถมบางครั้งต้องการใช้เงินเพื่อให้สนองตอบความรู้สึกภายใน แต่ก็ไม่อาจเติมเต็มอยู่ดี

 

          ธุรกิจ การงาน Death มีการจบหรือสิ้นสุดของบางแผนการ อาจพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรือเป็นสภาวะที่คุณจำต้องยอมรับ มีความเจ็บปวดและเสียใจ แต่ไม่อาจหยุดกระบวนการนี้ได้ คุณต้องฝ่าความมืดไปให้พ้นถึงจะได้พบแสงสว่างตามครรลองธรรมชาติ

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Moon ความกลุ้มใจใจ ความหวาดระแวง การมองโลกในแง่ลบ ไม่แฮปปี้กับเวลานอนหลับ นอนน้อยเกินไป

 

          คำแนะนำพิเศษ Nine of Swords ลองมองหาวิธีที่จะลดความวิตกไม่สบายใจ ความทุกข์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะฝันร้ายซึ่งครอบงำคุณอยู่ อย่างไรก็ดี เช็กสุขภาพสายตา ไมเกรน ซึ่งชอบกำเริบจากความเครียด

เรื่องย่อ อภินิหารโคมวิเศษ (The Prelude of Lotus Lantern) ตอนที่ 2

หยางเจี่ยนถูกหวังหมู่จองจำไว้ที่สวรรค์ชั้นสี่ ในตอนนี้เอง หยางเจี่ยนเริ่มสงสัยว่าเหตุใดแม่จึงรักและแต่งงานอยู่กินกับพ่อ ความกังขาที่มีต่อแม่ทำให้หยางเจี่ยนสูญสิ้นกำลัง หยางฉานและนาจาพากันมาช่วยหยางเจี่ยน จากการเกลี้ยกล่อมของฉางเอ๋อ ทำให้หยางเจี่ยนเลิกล้มความคิดที่จะล้างแค้น จากนั้นหยางเจี่ยนและหยางฉานก็พากันลงมายังแดนมนุษย์เพื่อให้ระงับอุทกภัย

หยางเจี่ยนและหยางฉานสองพี่น้องด้านหนึ่งนั้นก็ช่วยกันระงับอุทกภัย อีกด้านหนึ่งนั้นก็ต้องเผชิญกับการตามล่าหมายเอาชีวิตของขุนพลสวรรค์ ในเวลาเดียวกันนี้เอง หยางเจี่ยนได้ผูกสัมพันธ์กับหกพี่น้องเขาดอกเหมย องค์หญิงสามพระธิดาจ้าวสมุทรซีไห่มีใจปฏิพัทธ์หยางเจี่ยน แต่หยางเจี่ยนกลับไม่เหลียวแลนางแม้แต่น้อย ด้วยในใจของหยางเจี่ยนมีฉางเอ๋อเพียงคนเดียวเท่านั้น

ภายหลังที่หยางเจี่ยนระงับอุทกภัยสำเร็จรวมทั้งตัดสินใจเปิดศึกกับสรวงสวรรค์ เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงได้รับคำแนะนำจากหวังหมู่ให้ทรงแต่งตั้งหยางเจี่ยนเป็นเทพเอ้อหลางเสิน แต่งตั้งหยางฉานเป็นซันเซิ่งหมู่พำนักอยู่ที่เขาหัวซัน เพื่อให้ไม่ให้มวลมนุษย์ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยและเพื่อให้สันติสุขของมวลมนุษย์ หยางเจี่ยนและหยางฉานจึงตัดสินใจยอมรับการแต่งตั้งจากเง็กเซียนฮ่องเต้ แม้ว่าหยางเจี่ยนยอมรับการแต่งตั้งจากเง็กเซียนฮ่องเต้ แต่หยางเจี่ยนกลับตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ในแดนมนุษย์โดยปฏิเสธไม่ขึ้นไปใช้ชีวิตบนสรวงสวรรค์ ด้วยเหตุนี้ความบาดหมางของหยางเจี่ยนสองพี่น้องและสรวงสวรรค์จึงยุติลงชั่วคราว

ในที่สุดความอ่อนโยนขององค์หญิงสามก็ทำให้หยางเจี่ยนใจอ่อนแต่งงานกับองค์หญิงสาม แต่นึกไม่ถึงว่าภายหลังที่องค์หญิงสามแต่งงานแล้ว อุปนิสัยขององค์หญิงสามก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนเป็นคนหยุมหยิม ไม่มีเหตุผล ทำให้หยางเจี่ยนต้องทุกข์ระทมกับชีวิตแต่งงาน นับเป็นอีกรอบที่หยางเจี่ยนเกิดความสงสัยความรักขึ้นมา
ซุนหงอคงอาละวาดบนสรวงสวรรค์ เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงจนปัญญาจึงทรงอ้อนวอนจากเอ้อหลางเสินหยางเจี่ยนตามคำแนะนำของเจ้าแม่กวนอิม เดิมทีหยางเจี่ยนไม่ได้มีเจตนาเป็นศัตรูกับซุนหงอคงอะไร แต่ซุนหงอคงกลับพลั้งปากด่าทอจี้ใจดำหยางเจี่ยน ทำให้หยางเจี่ยนตัดสินใจช่วยสรวงสวรรค์จับตัวซุนหงอคง ต่อมา ซุนหงอคงหลบหนีออกมาจากเตาแปดเหลี่ยมได้สำเร็จ ทำให้สรวงสวรรค์ต้องขอร้องจากเอ้อหลางเสินหยางเจี่ยนอีกที แต่คราวนี้หยางเจี่ยนกลับไม่ให้ความช่วยเหลือด้วยรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ตนทำลงไป

เรื่องย่อ หยุนเสียน หมอหญิงวังจักรพรรดิ (The Imperial Doctress) ตอนที่ 5

อยู่ๆ สวีเล่าฮูหยิน (มารดาสวีซื่อหลาง)  ก็หมดสติ  หน้าเบี้ยว  ตัวเกร็ง (เป็นอาการเฉียบพลันของโรคลมอัมพาต (สโตรก) หรืออุบัติเหตุจากหลอดเลือดสมองอัมพาต อันเนื่องมาจากหลอดเลือดในสมองตีบตัน)  สวีซื่อหลางสั่งให้คนไปตามหมอแต่เฉาจี๋เสียงห้ามทุกคนออกจากจวน หยุนเสียนดูออกว่าสวีเล่าฮูหยินไม่ได้เป็นลมธรรมดาจึงห้ามไม่ให้เคลื่อนย้ายเพราะอาจเป็นอันตราย  เหม่ยหลินแย้งว่าหยุนเสียนไม่ใช่หมอ และชี้ว่าสวีเล่าฮูหยินอายุมากแล้วแถมร่างกายยังอ่อนแอ หากไม่รีบพากลับห้องพักอาจทำให้ป่วยไข้ได้ สวีซื่อหลางไม่มีทางเลือก เขาคิดว่าหยุนเสียนมีความรู้ด้านการแพทย์จึงขอให้คุณช่วยรักษามารดาของตน หยุนเสียนเลยร้องขอเข็มเย็บผ้า

วังกั๋วกงแอบบอกให้เหม่ยหลินแกล้งเป็นลม โดยให้เหตุผลว่าคนของสำนักตงฉ่างกำลังตามล่าเฉิงอ๋องหลังรู้ว่าไทเฮาแอบเรียกเฉิง อ๋องเข้าเมืองหลวงหมายผลักดันให้เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ พวกตนจึงต้องรีบตามหาและช่วยเหลือเฉิงอ๋องซึ่งคาดว่าจะแอบหลบอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในจวนสกุลสวี พอเหม่ยหลินแกล้งเป็นลมวังกั๋วกงก็สั่งให้สาวใช้พาคุณไปพักที่เรือนรับรอง เฉาจี๋เสียงเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ลูกน้องคอยจับตาดูวังกั๋วกง วังกั๋วกงรู้ว่ามีคนสะกดรอยตามจึงแกล้งฝากบุตรสาวไว้กับสาวใช้โดยบอกว่าตนจะกลับไปดูอาการของสวีเล่าฮูหยิน (หลอกให้ลูกน้องเฉาจี๋เสียงสะกดรอยตามตนไป เพื่อให้เปิดทางให้เหม่ยหลินออกไปตามหาเฉิงอ๋อง) ครั้นพอสบโอกาสเหม่ยหลินก็รีบออกตามหาเฉิงอ๋องโดยให้สาวใช้คนหนึ่งแกล้งนอนบนเตียงแทนตน

หยุนเสียนช่วยรักษาสวีเล่าฮูหยินด้วยการใช้เข็มทิ่มที่ติ่งหูและปลายนิ้วทั้งสิบ จากนั้นก็บีบให้เลือดออก (เป็นเทคนิคโบราณในการฝังเข็ม ใช้ปรับการทำงานของSystemไหลเวียนโลหิตและพลังชี่ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นคืนสติ แต่วิธีนี้ห้ามนำมาใช้ในชีวิตจริงโดยเด็ดขาด! เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยอีกด้วย) จากนั้นก็กดจุดแก้เป็นลมรอบๆใต้จมูก (จุดหยินจง) เมื่อมองว่าทำแล้วสวีเล่าฮูหยินยังไม่ดีขึ้นและไม่รู้สึกตัว หยุนเสียนจึงใช้เข็มแทงรอบๆใต้จมูก ฝ่าเท้า และนิ้วเท้าของนาง ไม่นานสวีเล่าฮูหยินก็เริ่มรู้สึกตัวและหายจากอาการหน้าเบี้ยวตัวเกร็ง สวีซื่อหลางและเมียเห็นดังนั้นก็รู้สึกทึ่งในความถนัดทางด้านการแพทย์ของหยุนเสียน แม้หยุนเสียนจะออกตัวว่าตนรู้แค่ผิวเผิน แต่สวีฮูหยินเห็นกับตาจึงเชื่อในความสามารถและขอให้หยุนเสียนจัดเทียบยาให้

เหม่ยหลินพบเฉิงอ๋องนอนหมดสติภายในถ้ำจึงรีบปลุกแล้วช่วยประคองออกจากถ้ำ เฉิงอ๋องเห็นกล้วยไม้สมุนไพรหล่นอยู่บนพื้นจึงหยิบติดมือไปด้วยแต่กลับลืมดาบสั้นเอาไว้ในถ้ำ สวีฮูหยินเดินมาส่งหยุนเสียนพลางกล่าวขอบคุณที่ช่วยรักษาแม่สามีของตน หยุนเสียนขอ ร้องว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับครอบครัวคุณแต่ก็สายเกินไป เพราะสวีซื่อหลางส่งหนังสือขอบคุณไปที่บ้านหยุนเสียนแล้ว ในเวลาเดียวกันนั้น เฉาจี๋เสียงซึ่งพาคนไปค้นทุกซอกทุกมุมในจวนสกุลสวีแต่กลับไม่พบร่องรอยของเฉิงอ๋อง ได้เคลื่อนกำลังมาดักตรวจแขกเหรื่อที่จะออกจากจวน เหม่ยหลินให้เฉิงอ๋องหลบอยู่ในเกี้ยวของคุณจึงหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย

เรื่องย่อ บัลลังก์เลือดแห่งวังหลวง (Secret Door)

กำกับ: คิม ฮยอกชิก
เขียนบท: ยูน ซอนจู
แนวละคร: อิงประวัติศาสตร์, เมโลดราม่า
จำนวนตอน: 24
ออกอากาศ: เกาหลี –  22 กันยายน  2557 – 9 ธันวาคม 2557 ทางเอสบีเอส
                         ไทย –  ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 – 20.00 น. ทางช่อง 3 แฟมิลี่ (ช่อง 13) ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 – 24 สิงหาคม 2559

เรื่องย่อ

"บัลลังก์เลือดแห่งวังหลวง (Secret Door) เป็นละครอิงประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง "พระเจ้ายองโจ" กับ "องค์ชายรัชผู้สืบสกุล" จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมในวังหลวง โดยละครได้นำชีวิตในช่วง 8 ปีสุดท้ายก่อนที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลจะถูกพระบิดาสำเร็จโทษจนสิ้นพระชนม์อย่างน่าอนาถมาตีความใหม่  พระเจ้ายองโจในที่นี้จึงเป็นพระราชาที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ปกป้องพระราชอำนาจและสร้างความมั่นคงให้กับบัลลังก์ของตน ขณะที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลฝันอยากให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันและปราศจากชนชั้นในสังคม

* "องค์ชายรัชผู้สืบสกุล" ในที่นี้คือ "องค์ชายชางฮอน" หรือ "องค์ชายรัชผู้สืบสกุลซาโด" (ในละครเรียก "ลีซอน") พระโอรสองค์ที่สองของพระเจ้ายองโจ และยังเป็นพระบิดาของ "องค์ชายลีซาน" (พระเจ้าจองโจ) อีกด้วย

เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์
"พระเจ้ายองโจ" (พระนามเดิมก่อนขึ้นครองราชย์คือ "องค์ชายยอนอิง") เป็นพระราชาองค์ที่ 21 แห่งราชวงศ์โชซอน ทรงปกครองโดยยึดมั่นในหลักจริยศาสตร์ขงจื๊อ เป็นหนึ่งในพระราชาที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดแห่งราชวงศ์โชซอน และยังทรงเป็นพระราชาที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของราชวงศ์โชซอน (52 ปี) อีกด้วย

พระองค์เป็นพระโอรสองค์ที่สองของ "พระเจ้าซุกจง" ส่วนพระมารดาคือ "พระสนมซุกบิน แห่งตระกูลชเว" (หรือที่เรารู้จักในนาม "ทงอี") หลัง "พระเจ้าคยองจง" ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดา  (พระโอรสของ "พระสนมฮีบิน" หรือที่เรารู้จักในนาม "จางอ๊กจอง") ทรงขึ้นครองราชย์ภายใต้การช่วยเหลือของขุนนางกลุ่มโซรนไม่กี่เดือน ขุนนางกลุ่มโนรน (กลุ่มอนุรักษ์นิยม) ก็ผลักดันให้พระองค์ได้ขึ้นเป็นพระอนุชารัชผู้สืบสกุล (เนื่องจากว่าพระเจ้าคยองจงไม่มีพระโอรส ซ้ำยังทรงพระประชวร) ทั้งยังพยายามให้พระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการแทน และนั่นก็นำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างร้ายแรงระหว่างขุนนางทั้งสองกลุ่ม ขุนนางกลุ่มโซรนกล่าวหาพระองค์และเหล่าขุนนางกลุ่มโนรนว่าเป็นกบฏหมายโค่นล้มราชบัลลังก์ จึงทำการกวาดล้างขุนนางกลุ่มโนรน แต่สุดท้ายพระเจ้าคยองจงก็เสด็จสวรรคตในอีก 4 ปีต่อมา

หลังขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเชษฐา พระเจ้ายองโจยังคงถูกขุนนางกลุ่มโซรนกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชนม์อดีตพระราชา (ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่าพระเจ้าคยองจงเสด็จสวรรคตเพราะเสวยอาหารสมุทรที่ไม่สดและปนเปื้อนเชื้อโรค) แม้พระองค์จะพยายามสร้างความสมานฉันท์และห้ามไม่ให้มีการแบ่งฝักแบ่งข้าง แต่ขุนนางกลุ่มโซรนก็ถูกขุนนางกลุ่มโนรนกวาดล้างจนหมดสิ้นอยู่ดี

เรื่องย่อ ขังใจไว้ด้วยรัก (The Cage of Love) ตอนที่ 4

เด็กชาย "โจวเส้าเทียน" บีบนวดให้พ่อที่กำลังป่วยเป็นวัณโรคและมีอาการไอเป็นเลือดพลางบอกให้พ่ออดทนอีกสักสองสามวัน พอเงินเดือนแม่ออกก็จะมีเงินมาซื้อยาบรรเทาอาการเจ็บป่วยของพ่อ แต่แล้วอยู่ๆ พ่อของเส้าเทียนก็ไอหนักขึ้น เมื่อแม่กลับมาบ้านเส้าเทียนจึงรีบบอกแม่ว่ายาพ่อหมดแล้ว พอรู้ว่าหลิงหลงถูกปิดกระทันหันทำให้แม่ตกงานและไม่ได้รับค่าจ้างจึงไม่มีเงินมาซื้อยาให้พ่ออีกต่อไป เส้าเทียนเลยออกไปหาเงินมาซื้อยาและข้าวสารเพราะข้าวที่บ้านหมดเกลี้ยง

หลังโดนขับออกจากตระกูล คุณนายเจียง เจียงอวี๋ และเฟยเฟย ก็พากันเดินออกจากบ้านในชุดไว้ทุกข์ เมื่อเดินผ่านตลาดก็ถูกหญิงคนหนึ่งสาดน้ำล้างผักใส่ด้วยความแค้นเพราะลูกชายคนเดียวของคุณติดฝิ่นจนไม่เป็นผู้เป็นคน เจียงอวี๋จะเถียงกลับว่าพวกตนไม่ได้ค้าฝิ่นแต่ถูกแม่ห้ามเอาไว้ ครั้นพอแผลโดนน้ำเจียงอวี๋ก็รู้สึกแสบจนเผลอร้องออกมา คุณนายเจียงเห็นแผลที่มือเจียงอวี๋จึงคิดที่จะพาไปหาหมอเพราะกลัวว่าถ้าขืนปล่อยไว้อาจเป็นแผลเป็น แต่เจียงอวี๋กล่าวว่าแผลนี้เกิดขึ้นหลังจากหงต๋าทำลายครอบครัวของตน  ตนจึงอยากเก็บรอยแผลไว้ย้ำเตือนตัวเองว่าพ่อตายยังไง

เส้าเทียนบากหน้าไปยืมเงินนายน้อยหม่า แต่นายน้อยหม่าไม่ให้เพราะคิดว่าบ้านของเส้าเทียนยากจน มิหนำซ้ำพ่อของเขายังล้มป่วย ขืนให้ยืมไม่มีทางได้คืนแน่ เส้าเทียนพยายามอ้อนวอนโดยบอกว่าตนยืมแค่หนึ่งหยวน (หนึ่งเหรียญเงิน – ยุคนั้นจีนพึ่งจะเริ่มผลิตเหรียญเงินออกมาใช้เป็นนัดแรก โดยเหรียญแบบที่เจียงอวี๋ให้เส้าเทียนผลิตแล้วเสร็จจากโรงกษาปณ์ในเจียงหนานเมื่อปี ค.ศ. 1911) นายน้อยหม่าจึงบอกให้เส้าเทียนคลานลอดหว่างขาตนแล้วเห่าเหมือนหมา หากทำให้ตนพอใจตนจะให้ยืมเงิน เพื่อให้พ่อแล้วเส้าเทียนจึงยอมทำตามด้วยความเจ็บปวดใจ หลังทำตามที่บอกแล้วนายน้อยหม่าไม่เพียงไม่ให้เงิน แต่ยังเยาะเย้ยและสั่งให้ลูกน้องรุมซ้อมเส้าเทียนอีกด้วย ถึงกระนั้นเส้าเทียนก็ยังพยายามอ้อนวอนโดยย้ำว่าตนต้องการยืมแค่หยวนเดียวเพื่อให้นำไปซื้อยามาช่วยชีวิตพ่อ และรับปากว่าจะคืนเงินให้แน่ๆ เมื่อเจียงอวี่มาพบเข้าก็รู้สึกสงสารจึงแบ่งเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เส้าเทียนหนึ่งหยวน (ขณะยื่นมือไปรับเหรียญ เส้าเทียนมองว่าที่มือของเจียงอวี่มีบาดแผล)

แม่เส้าเทียนมองว่าสามีไอหนักขึ้นจึงขอให้เขาอดทนเพราะเส้าเทียนออกไปซื้อยามาให้แล้ว พ่อเส้าเทียนขอโทษที่ตนล้มป่วยจนเปลี่ยนเป็นภาระของครอบครัว ทำให้คุณกับลูกมีชีวิตที่ยากลำบากและต้องกู้หนี้ยืมสินมารักษาตน เขาขอร้องให้ปล่อยตนไปแทนที่จะยื้อให้อยู่แบบตายทั้งเป็นและต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ หลังไอเป็นเลือดเขาก็ขอให้คุณช่วยอีกรอบเพื่อให้ที่ตนจะได้พ้นทุกข์ เมื่อเส้าเทียนกลับมาบ้านแล้วเห็นแม่ใช้ผ้าห่มกดหน้าพ่อก็ถึงกับช็อค แม่เส้าเทียน (ซึ่งกำลังร่ำไห้ขณะทำตามคำขอร้องของสามี) ได้ยินลูกชายร้องเรียกเลยรู้สึกสะดุ้ง ครั้นพอเปิดผ้าห่มออกดูก็พบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว เส้าเทียนเห็นดังนั้นก็พูดไม่ออก ขณะที่แม่เส้าเทียนได้แต่ยืนตัวสั่นและไม่กล้าสบตาลูก